ปัจจุบัน “เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟน (iPhone mobile payment solution)” นี้มีผู้บุกตลาดแล้วถึง 4 ราย 3 รายแรกเป็นฝั่งอเมริกา ได้แก่ Square ,Verifone, Mophie และอีกรายเป็นฝั่งยุโรปชื่อว่า icharge โดยเป็นการร่วมมือกับบริษัท 2 สัญชาติอย่างเยอรมันและอังกฤษร่วมลงขันเงินทุนกันเอง และทุกคนเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการบัตรเครดิตทั้งหมด
เหตุผลที่จะต้องมาทำความรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของเทคโนโลยีนี้ก็ เพราะมันคือความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่มีจุดเริ่มต้นมาจากวงการมือถือ แต่สามารถสั่นคลอนอีกหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้อย่างน่าอัศจรรย์ และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอุตสาหกรรมรมที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างสิ้นเชิงด้วย บรรทัดต่อจากนี้จะให้คำตอบได้ว่า ใครที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปในทิศทางใด สำหรับต่อคนบนโลกอย่างไร?
เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟนใช้งานอย่างไร?
เครื่องนี้ใช้ “รูดบัตร” จริงๆ กล่าวคือ เอาบัตรเครดิตแบรนด์ใดก็ได้ มารูดลงไปในช่องที่กำหนดไว้ ข้อมูลต่างๆ ก็จะมาขึ้นที่จอมือถือทันที ไม่ต่างไปจากการใช้เครื่องรูดบัตรในห้างที่ข้อมูลจะขึ้นที่จอเล็กๆ ของแคชเชียร์เลย
เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟนตอนนี้มีกี่แบบ?
เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟน ถือเป็นอุปกรณ์เสริมของไอโฟนที่ต้องทำงานควบคู่กับแอปพลิเคชันเฉพาะที่ต้องติดตั้งเพิ่มในไอโฟน
ในระยะแรก รูปแบบของเครื่องรูดบัตรเครดิตนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ อุปกรณ์เสริมขนาดเล็ก ที่เสียบเข้ากับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ทางด้านบนของไอโฟน (เป็นของค่าย “สแควร์ (Square)”) หรือ เสียบเข้ากับช่องชาร์ฟไฟด้านล่างของตัวเครื่องไอโฟน (เป็นของค่าย “ไอชาร์จ (icharge)”) และแบบกรอบเสริมที่รูดทางด้านขวาของเครื่อง (เป็นของค่าย “เวอริโฟน (Verifone) และสุดท้ายแบบกรอบเสริมที่รูดทางด้านล่างของตัวเครื่อง (เป็นของค่าย “โมฟี่ (MoPhie) ที่จำเป็นต้องออกแบบมาให้ไม่เหมือนกันเลย ก็เพราะค่ายผู้ผลิตต้องการทำให้แตกต่างเพื่อขจัดปัญหาการลอกเลียนแบบลิขสิทธิ์ทางปัญญานั่นเอง
คำตอบคือ ทุกคนที่อยากได้เงินทันทีที่สินค้า หรือบริการของตนส่งถึงมือลูกค้าต่อหน้าต่อตา กล่าวคือ ไม่ต้องรอเซ็นต์เช็ก โอนเงินผ่านมือถือ หรือแม้กระทั่งบอกให้ลูกค้าไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มข้างๆ ร้าน เมื่อเจอของที่ถูกใจ หรือเมื่อได้ชิ้นงานที่ออเดอร์ไว้ในมือ ผู้ซื้อก็แค่เพียงหยิบบัตรเครดิตขึ้นมา แล้วรูดบนเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟนของผู้ขาย เซ็นต์ชื่อบนจอ เท่านี้ก็เรียบร้อยการันตีให้กับทั้งสองฝ่ายได้ว่าการทำธุรกรรมทางการเงินของทุกคนสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วที่ต้องเปิดบริษัทใหญ่โต ถึงจะสามารถมีระบบการชำระเงินที่ทันสมัย โดยที่ไม่ต้องลงทุนด้านเทคโนโลยีใดๆ ได้ คราวนี้ ครูสอนพิเศษก็สามารถได้รายได้ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการสอน ที่ปรึกษาธุรกิจก็ได้ค่าสมองทันทีที่ปิดฝาโน้ตบุ๊คหลังพรีเซ็นต์แผนที่คาดว่าจะเป็นไปของบริษัทคู่ค้าของตน หรือแม้กระทั่งศิลปินสีน้ำมันที่สวนจตุจักร ก็อาจจะได้รายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่า เพราะลูกค้าเห็นภาพปุ๊บถูกใจปั๊บ ก็รูดบัตรปรื้ดเดียว ได้เงินไปนอนเข้าบัญชีให้ทันที
เอกสิทธิ์พิเศษของเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟน กับความเปลี่ยนแปลงของสารพัดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
คุณอาจจะทราบอยู่แล้วว่าทุกขชั้นตอนของการใช้จ่ายเงินด้วยการรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟนนี้ เครื่องไอโฟนที่รับรูดจำเป็นจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา จะเป็นเครือข่าย GPRS/EDGE /3G/ Wi-Fi ก็ได้
1. ระบบยืนยันตัวผู้ใช้บัตรผ่านรูปถ่าย
ที่ผ่านมาวงการบัตรเครดิตได้พยายามหานวัตกรรมที่จะช่วยระบุตัวบุคคล (Personal Identity) เพื่อจะลดปัญหาการนำบัตรที่ขโมยมาซื้อสินค้า อาทิ การใช้ชิปสมาร์ทการ์ด หรือการสแกนนิ้วมือ แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังมีอยู่ เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ต้องการเสียเวลา และกลัวเสียมารยาท จึงไม่ได้ตรวจเช็กข้อมูลตรงนี้ แต่สำหรับการใช้การรูดบัตรด้วยเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟนนี้ ทันทีที่รูดเสร็จ สามารถเพิ่มฟีเจอร์ให้ปรากฎภาพถ่ายของเจ้าของบัตรขึ้นมาบนจอทันที ทำให้ร้านค้าสามารถเปรียบเทียบภาพบนจอกับลูกค้าตัวจริงที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้
2. ยืนยันลายมือโดยการเซ็นต์ด้วยปลายนิ้วมือ โดยไม่เปลืองน้ำหมึกสักหยด
เพราะจอแบบ Capacitive ของไอโฟนที่ส่งประจุไฟฟ้าจากนิ้วมือไปบนจอ ทำให้สามารถใช้นิ้วมือเซ็นต์ลายเซ็นต์แทนการใช้ปากกาหมึกแห้งได้ เมื่อพบว่าลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าเป็นเจ้าของบัตรตัวจริงแล้ว ร้านค้าก็เพียงส่งเครื่องให้ลูกค้าเซ็น เมื่อเซ็นต์ชื่อเสร็จ ระบบก็จะส่งข้อมูลไปตรวจสอบอีกครั้ง และเมื่อการะบุตัวตนของลูกค้าชั้นที่ 2 ถูกต้อง รูปถ่าย หรือโลโก้ของผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าก็ปรากฎขึ้นบนหน้าจอ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจ่ายเงินให้ถูกคน เมื่อทั้งหมดผ่านฉลุยก็จะถึงขั้นตอนการรับใบเสร็จ
3. ใบเสร็จอัจฉริยะ หมดยุคการใช้กระดาษ
หากมองในแง่ของการอนุรักษ์ธรรมชาติอาจกล่าวได้ว่าใบเสร็จเป็นบ่อเกิดของขยะไร้ค่ารองมาจากจดหมายไดเร็กเมล์ที่ร้านค้าต่างๆ ส่งโปรโมชั่นมาให้คุณในทุกๆ เดือน เพราะน้อยคนจะหยิบมันมาดูอีกครั้งหลังจากซื้อสินค้าเสร็จ ทั้งวันดีคืนดีเมื่อสินค้ามีปัญหาอยากจะนำไปเปลี่ยนก็มักจะพบข่าวร้ายที่ว่าฉีกใบเสร็จทิ้งไปตั้งแต่รอบการเคลียร์ขยะในกระเป๋าสตางค์โดยคุณแฟนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
แต่ปัญหาปวดหัวเหล่านี้ก็จะหายไปเมื่อเกิดระบบการรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟน เพราะทุกครั้งที่คุณเซ็นชื่อแล้ว ก็จะสามารถพิมพ์อีเมล์ส่วนตัวหรือเบอร์มือถือเพื่อให้ส่งใบเสร็จให้คุณทางอีเมล์ หรือ SMS ได้ทันทีที่ออกจากร้าน และในกรณีที่เป็นใบเสร็จออนไลน์ เนื้อหาของใบเสร็จยังสามารถปรากฎแผนที่ของร้านค้าที่คุณไปช้อปบนแผนที่ออนไลน์ของกูเกิลได้ แวะไปเปลี่ยนหรือไปซื้ออีกครั้งก็ยังสามารถค้นหาเส้นทางการไปได้ทันที ทั้งยังสามารถระบุจำนวนครั้งที่คุณมาซื้อที่ร้านค้านี้ พร้อมโปรโมชั่นที่ทางร้านจัดมาให้คุณโดยเฉพาะได้ โดยดูจากประวัติการช้อปครั้งที่ผ่านๆ มา
4. ลิงก์ข้อมูลเข้าเครือข่ายทางสังคมออนไลน์
มีความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อของแต่ละครั้งเข้ากับเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ โดยเมื่อรูดบัตรเสร็จ ก็จะมีการอัปเดทที่หน้าเว็บทวิตเตอร์ของคุณเลยว่าซื้อของอะไร ที่ไหน ในเท่าไหร่ ได้ส่วนลดเท่าไหร่ เพื่อให้เพื่อนคนอื่นๆ ที่ติดตามเราได้อิจฉาเล่นๆ ถึงแม้ในระยะแรกยังไม่ได้มีการนำฟีเจอร์ส่วนนี้ไปใช้ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าจะต้องมีการจัดทำขึ้นมาแน่ แต่จะต้องอยู่ในรูปแบบเนื้อหาที่ไม่เป็นการก้าวก่ายการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจนเกินไป
5. ร้านค้าทำ Personalized CRM ได้โดยง่าย
ที่ผ่านมาจะพูดถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก แต่ 2 ประโยชน์ต่อจากนี้จะมุ่งไปที่ผู้ค้าขายเป็นหลัก โดยเมื่อมีการนำเครื่องรูดบัตรด้วยไอโฟนมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณแล้ว ทุกการซื้อขายคุณสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ โดยรู้ได้ว่าลูกค้าคนไหน มีรูปแบบการช้อปปิ้งอย่างไร ความถี่บ่อย ประเภทสินค้าที่ซื้อ จำนวนที่ซื้อ และวันเวลาที่ซื้อ ข้อมูลสำคัญทั้งหมดนี้ผู้ค้าสามารถนำไปประเมิน และออกเป็นส่วนลดอัตโนมัติให้กับลูกค้าแต่ละคนได้ทันที
6. ร้านค้ามีภาพลักษณ์ที่ดี ด้วยระบบ Digital CSR
เนื่องจากระบบการโอนเงินปัจจุบันได้มีการเชื่อมโยงกันไปหมด ดังนั้น การที่กำหนดว่าทุกครั้งที่ลูกค้ารูดบัตรกับทางเรา สามารถได้ประโยชน์ 2 ต่อ เช่น แต้มที่สะสมอัตโนมัติ และได้ทำบุญกับองค์กรการกุศล แนวคิด CSR (Corporate Social Responsibility) แบบนี้น่าจะดึงดูดผู้ใช้ที่เป็นชนชั้นกลางได้มากทีเดียว เพราะนอกจากรู้สึกว่าได้รับความสะดวกสบายจากการซื้อสินค้าแล้ว ยังรับรู้ได้ว่าการซื้อของครั้งนี้ยังเป็นการทำบุญได้อีกด้วย กล่าวคือ เมื่อเทียบกับต้องควักกระเป๋าอีกครั้งให้เด็กสีไวโอลินข้างทาง หลังรู้สึกผิดเล็กๆ กับการสอยกระเป๋าใบละครึ่งแสนมาแหมบๆ ก็ถือได้ว่าความสุขเล็กๆ หลังจากช้อปปิ้งที่น่าสนใจ และร้านค้าเองก็จะได้ภาพพจน์ที่ดีในสายตาลูกค้าด้วย
ถึงตอนนี้ผู้เขียนเชื่อว่าคุณคงได้ดื่มดำ และตระหนักถึงอานุภาพของ “เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟน” กันอย่างเต็มอิ่มแล้ว สำหรับ CSI ฉบับหน้าเราจะมาวิเคราะห์กันต่อถึงโมเดลการทำธุรกิจของผู้ให้บริการเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟนแต่ละราย โอกาสทางธุรกิจสำหรับเมืองไทย และภัยร้ายที่คาดไม่ถึงของเทคโนโลยีขั้นเทพนี้
ที่มา : http://blog.whatphone.net/iphone-mobile-payment-solution.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น